ความเชื่อกับวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์เป็นของคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดในโลกย่อมมีความเชื่อที่เป็นของตนเอง ในบางครั้งยังส่งผลมาถึงประเทศอื่นๆ ให้เกิดความเชื่อตามไปด้วย อย่างเช่น ความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องราง ของขลัง หรือของบูชาต่างๆ ที่มีอิทธิพลกับสังคมไทยมาตั้งแต่อดีต จะเห็นได้จากประวัติศาสตร์ หรือเรื่องเล่าสมัยโบราณ เกี่ยวกับการสู้รบในสงคราม ที่คนไทย จะต้องมีของศักดิ์สิทธิ์ ติดตัวไว้ เพื่อปกป้องคุ้มครอง และรู้สึกปลอดภัยจากอันตรายรอบตัว หรือในการทำมาค้าขาย สำหรับพ่อค้าแม่ค้า ก็จะมีเครื่องราง ของขลัง เพื่อช่วยให้กิจการเจริญรุ่งเรือง ซื้อง่าย ขายคล่อง กำไรงาม เหล่านี้เป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่อดีต และยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน
ลักษณะการค้าขายในปัจจุบัน มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นร้านค้ารถเข็น แผงลอยธรรมดา ไปจนถึงบริษัท ห้างร้าน ที่มีอาคารเป็นของตนเอง แต่หลายแห่งก็ยังคงมีความเชื่อในเรื่องการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเครื่องราง ของขลัง ในแบบที่ต่างกันออกไป มาลองดูกันว่า ของบูชา แบบใด บูชาอะไรถึงรวย ที่ยังคงมีใช้กันอยู่ในทุกวันนี้

เครื่องราง ของขลัง ที่เชื่อว่า บูชาแล้ว “รวย”
กลุ่มของบูชา ประเภทสัญลักษณ์แทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์

นางกวัก เป็นเทพีแห่งความเป็นมงคลและโชคลาภ ในตำนานไทยโบราณ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยเรียกเงิน ทอง โชคลาภให้แก่ผู้บูชา ความเชื่อในเรื่องนางกวักปรากฏอยู่ในความเชื่อท้องถิ่นดั้งเดิมของชนกลุ่มไท-กะได เป็นเสมือนผีที่คอยเรียกเงิน เรียกทอง และคุ้มครองร้านค้าที่รูปเคารพนางกวักได้ไปตั้งอยู่
ของบูชานางกวัก คือ น้ำเขียว น้ำแดง พวงมาลัยสด ถวายเป็นประจำทุกวัน

แมวกวัก หรือ มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko) รูปปั้นแมวตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น จะนำโชคลาภเงินทองมาให้เจ้าของ ในการค้าขายจะช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน เช่นเดียวกับนางกวักของไทย ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่า แมวกวัก มีลักษณะท่าทางในการยกแขนอยู่หลายแบบด้วยกัน โดยมีความหมาย ดังนี้

แมวกวัก
แมวกวัก
ยกแขนขวา หมายถึง เป็นการกวักเรียกเงิน เรียกทอง และโชคลาภ
ยกแขนซ้าย หมายถึง เป็นการกวักเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน ขายดิบขายดี
ยกแขนทั้งสองข้าง หมายถึง การกวักเรียกทั้งเงินทอง โชคลาภ และเรียกลูกค้าให้เข้าร้านไปพร้อมๆกัน
วิธีบูชา: ให้ตั้งไว้ในจุดที่ดีที่สุดของบ้าน เช่น ห้องรับแขกหรือบริเวณโต๊ะทำงาน และหมั่นเช็ดทำความสะอาดตลอดเวลา ดูแลอย่างใกล้ชิด แมวกวักก็จะนำความสุขและโชคลาภมาสู่คุณและครอบครัว

กุมารทอง เป็นเครื่องรางของขลังยอดฮิตอันดับต้นๆ ของคนที่ประกอบอาชีพค้าขาย กุมารทองเป็นรูปสมมติ ที่เสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาจะต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเพื่อบูชาอย่าให้ขาด ซึ่งถ้าหากปฏิบัติดูแลกุมารทองเป็นอย่างดี กุมารทองก็จะ ช่วยเรียกทรัพย์ ช่วยคุ้มครองป้องกันผู้ที่บูชาและครอบครัวให้รอดพ้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ตลอดจนช่วยในเรื่องของการเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย
ของบูชากุมารทอง ได้แก่ นมสด น้ำหวาน น้ำแดง น้ำเขียว น้ำเปล่า น้ำอัดลม ขนมทั่วไป ขนมปังลูกเกด ขนมโบราณ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด สาคู ผลไม้ น้ำผึ้งสด น้ำเปล่า

ฮก ลก ซิ่ว เป็นรูปปั้นขุนนางจีน 3 องค์ ตามความเชื่อของจีน เชื่อว่าเทพเจ้า 3 องค์นี้ สามารถดลบันดาลความมั่งคั่ง ความสมบูรณ์ และความยั่งยืน ฮก แปลว่า โชคลาภ ลก แปลว่า ร่ำรวยหรือมั่งคั่ง ซิ่ว แปลว่า อายุยืน ดังนั้นคนจีนจึงนิยมมอบ ฮก ลก ซิ่ว เป็นของขวัญเพื่อเป็นการอวยพรให้มีแต่สิ่งดีๆ ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายส่วนใหญ่นิยมประดับรูปปั้น ฮก ลก ซิ่วไว้ในสถานที่ประกอบธุรกิจ ห้างร้าน ร้านค้า หรือที่บ้าน เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้ครอบครอง ควรวางให้หันออกหน้าร้าน เพื่อดึงดูดเงินให้เข้ามาในร้าน ส่วนถ้าตั้งในบ้าน ไม่ควรตั้งหน้าห้องน้ำ หรือห้องครัว เพราะถือว่าไม่เป็นมงคล
ปี่เซียะ เป็นสิ่งหนึ่งที่ชาวจีนนิยมบูชา ด้วยความเชื่อที่ว่าจะช่วยเก็บทรัพย์ ให้โชคลาภ ปี่เซียะเป็นสัตว์ประหลาดสี่ขา มีรูปร่างคล้ายสัตว์หลายชนิดผสมกัน มีตัวและเขาคล้ายกวาง มีหน้า หัว และขาคล้ายสิงห์ มีปีกคล้ายนก มีหลังคล้ายปลาและมีหางคล้ายแมว และบางส่วนของหัวคล้ายมังกร เชื่อกันว่า ปี่เซียะ เป็นลูกตัวที่ 9 ของมังกร เป็นสัตว์ที่กินเก่งและไม่มีรูทวาร เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องและดูแลทรัพย์สมบัติ เพราะเป็นสัตว์ที่กินอย่างเดียว ไม่มีการขับถ่าย จึงเชื่อว่าการบูชาปี่เซี๊ยะ จะทำให้ทรัพย์สินที่หามาได้จะไม่รั่วไหลไปไหน
กลุ่มของบูชา ประเภทสิ่งของศักดิ์สิทธิ์

ไซดักทรัพย์ ไซเป็นเครื่องมือในการดักจับปลาแบบเข้าไปแล้วไม่มีทางออก จึงเชื่อว่า เป็นเครื่องรางในการดักทรัพย์สินเงินทองและโชคลาภต่างๆ เป็นเครื่องรางที่บูชาเพื่อความร่ำรวย การแขวนไซต้องแขวนไว้ในที่สูง โดยหันปากไซออกด้านหน้าร้าน เพื่อดึงดูดโชคลาภและเงินทองให้เข้ามาหา
ปลัดขลิก เป็นการนำวัสดุต่างๆ เช่น ไม้ หิน งาช้าง มาแกะสลักเป็นรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศชาย สันนิษฐานว่าอาจจะได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อของชาวฮินดูที่นับถือพระอิศวร และบูชาศิวลึงค์ (รูปสลักอวัยวะเพศชาย) คนไทยสมัยก่อนนิยมห้อยปลัดขิกไว้กับเอวหรือห้อยคอสำหรับเด็กผู้ชาย เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันอันตรายต่างๆ ได้ ส่วนในการค้าขาย จะบูชาปลัดขิก โดยเชื่อว่าการนำมาเคาะบนสินค้าที่จะขายแล้วสวดมนต์บูชา จะทำให้ค้าขายมีกำไร มีคนช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูกิจการมากขึ้น
ปลาตะเพียนทอง ชื่อของปลาพ้องกับคำว่า เพียร หรือขยันหมั่นเพียร ทำให้เป็นความเชื่อที่ว่า ถ้าแขวนปลาตะเพียนทองไว้จะทำให้มีความกระตือรือร้น ค้าขายดี มีโชคลาภ ขยันหมั่นเพียรไม่หยุดนิ่ง การแขวนควรแขวนในที่สูง บริเวณหน้าร้าน หรือกลางร้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล
ที่หยิบยกมาในวันนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนหนึ่งของพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ และสร้างแรงบันดาลใจในการทำมาหากิน แต่ท้ายที่สุด คาถาที่ใช้ท่อง ภาวนา และปฏิบัติ ที่จะทำให้ร่ำรวยได้แท้จริง ก็คือ “ขยัน ประหยัด และอดทน” ไม่ว่าท่านจะบูชาอะไรก็มีแต่รวยแน่นอน